วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

มรดกโลก (World Heritage Site)

มรดกโลก (World Heritage Site) คืออะไร

มรดกโลก (ภาษาอังกฤษ: World Heritage Site ภาษาฝรั่งเศส: Patrimoine Mondial) คือสถานที่ อันได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงเมือง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติ หรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา และควรจะปกป้องสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร เพื่อให้ได้ตกทอดไปถึงอนาคต
มรดกโลก (ภาษาอังกฤษ: World Heritage Site ภาษาฝรั่งเศส: Patrimoine Mondial)
คือสถานที่ อันได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงเมือง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติ หรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา และควรจะปกป้องสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร เพื่อให้ได้ตกทอดไปถึงอนาคต
สถิต

ในปัจจุบัน มีมรดกโลกทั้งหมด 830 แห่ง ใน 138 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 644 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 162 แห่ง และอีก 24 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท โดยมีการแบ่งออกเป็น 5 พื้นที่ ได้แก่ แอฟริกา อาหรับ เอเชียแปซิฟิก ยุโรป - อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้ - แคริบเบียน
หมายเหตุ: มรดกโลกในประเทศตุรกีและรัสเซียนั้น นับรวมเข้ากับทวีปยุโรป

ลำดับของประเทศที่มีแหล่งมรดกโลกมากที่สุด

     ลำดับประเทศ / รวม

  1. อิตาลี / 41
  2. สเปน / 40
  3. จีน / 35
  4. เยอรมนี / 32
  5. ฝรั่งเศส / 31
  6. สหราชอาณาจักร / 27
  7. อินเดีย / 27
  8. เม็กซิโก / 27
  9. รัสเซีย / 23
  10. สหรัฐอเมริกา / 20


การแบ่งประเภทของมรดกโลก


มรดกโลกแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) และ มรดกทางธรรมชาติ (Natural Heritage) ซึ่งในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกได้ให้คำนิยามไว้ว่า
               มรดกทางวัฒนธรรม หมายถึง สถานที่ซึ่งเป็นโบราณสถานไม่ว่าจะเป็นงานด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม หรือแหล่งโบราณคดีทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำ หรือกลุ่มสถานที่ก่อสร้างยกหรือเชื่อมต่อกันอันมีความเป็นเอกลักษณ์ หรือแหล่งสถานที่สำคัญอันอาจเป็นผลงานฝีมือมนุษย์หรือเป็นผลงานร่วมกันระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งสถานที่เหล่านี้มีคุณค่าความล้ำเลิศทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ มนุษยวิทยา หรือวิทยาศาสตร์
               มรดกทางธรรมชาติ หมายถึง สภาพธรรมชาติที่มีลักษณะทางกายภาพและชีวภาพอันมีคุณค่าเด่นชัดในด้านความล้ำเลิศทางวิทยาศาสตร์ หรือเป็นสถานที่ซึ่งมีสภาพทางธรณีวิทยาและภูมิประเทศที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย
ของพันธุ์พืชและสัตว์ ซึ่งถูกคุกคาม หรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของพืชหรือสัตว์ที่หายาก เป็นต้น


ขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิกมรดกโลก

ประเทศที่ต้องการเสนอชื่อสถานที่ในประเทศของตนให้ได้รับการพิจารณาให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อันดับแรกจะต้องจัดทำบัญชีรายชื่อสถานที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทั้งหมดภายในประเทศของตน บัญชีนี้จะเรียกว่า บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะมีเพียงสถานที่ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้เท่านั้นที่จะมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ขั้นต่อมา ประเทศนั้นๆจะต้องเลือกรายชื่อสถานที่ที่ต้องการเสนอชื่อมาจากบัญชีรายชื่อเบื้องต้น เพื่อจัดทำเป็นแฟ้มข้อมูล (Nomination File) โดยทางศูนย์มรดกโลกอาจให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการจัดทำแฟ้มข้อมูลนี้
เมื่อถึงขั้นตอนนี้ แฟ้มข้อมูลจะถูกตรวจสอบและพิจารณาจากองค์กร 2 แห่ง ได้แก่ สภานานาชาติว่าด้วยการดูแลอนุสรณ์สถานและแหล่งโบราณคดี (International Council on Monuments and Sites) และ สหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ [3] (World Conservation Union) แล้วทั้งสององค์กรนี้จะยื่นข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการมรดกโลก ทางคณะกรรมการจะมีการประชุมร่วมกันปีละหนึ่งครั้ง เพื่อตัดสินว่าสถานที่ที่มีการเสนอชื่อแห่งใดบ้างที่ควรได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หรือทางคณะกรรมการอาจร้องขอให้ประเทศที่เสนอชื่อได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เพิ่มเติม โดยการพิจารณาว่าจะขึ้นทะเบียนสถานที่แห่งใดจะต้องมีลักษณะตามเกณฑ์มาตรฐานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ

มรดกโลกที่ขึ้นบัญชีเอาไว้ในขณะนี้

ธงชาติของอัฟกานิสถาน อัฟกานิสถาน (2)

หุบเขาบามิยัน

[แก้]ธงชาติของอาร์เมเนีย อาร์เมเนีย (3)

  • 2539 (1996) -  - Monasteries of Haghpat and Sanahin
  • 2543 (2000) -  - Cathedral and Churches of Echmiatsin and the Archaeological Site of Zvartnots
  • 2543 (2000) -  - Monastery of Geghard and the Upper Azat Valley

[แก้]ธงชาติของออสเตรเลีย ออสเตรเลีย (18)

เขาเครเดิล เกาะแทสเมเนีย
เกาะเฟรเซอร์
ซิดนีย์โอเปราเฮาส์
  • 2524 (1981) -  - เกรตแบเรียร์รีฟ
  • 2524 (1981) -  - Kakadu National Park
  • 2524 (1981) -  - Willandra Lakes Region
  • 2525 (1982) -  - Lord Howe Island
  • 2525 (1982) -  - Tasmanian Wilderness
  • 2529 (1986) -  - Gondwana Rainforests of Australia
  • 2530 (1987) -  - Uluru-Kata Tjuta National Park
  • 2531 (1988) -  - Wet Tropics of Queensland
  • 2534 (1991) -  - อ่าวชาร์ก
  • 2535 (1992) -  - เกาะเฟรเซอร์
  • 2537 (1994) -  - Australian Fossil Mammal Sites (Riversleigh/Naracoorte)
  • 2540 (1997) -  - เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกดอนัลด์
  • 2540 (1997) -  - Macquarie Island
  • 2543 (2000) -  - Greater Blue Mountains Area
  • 2546 (2003) -  - Purnululu National Park
  • 2547 (2004) -  - Royal Exhibition Building and Carlton Gardens
  • 2550 (2007) -  - โรงอุปรากรซิดนีย์
  • 2553 (2010) -  - สถานที่คุมขังนักโทษ ออสเตรเลีย

[แก้]ธงชาติของอาเซอร์ไบจาน อาเซอร์ไบจาน (2)

  • 2543 (2000) -  - Walled City of Baku
  • 2550 (2007) -  - Gobustan Rock Art Cultural Landscape

[แก้]ธงชาติของบังกลาเทศ บังกลาเทศ (3)

  • 2528 (1985) -  - นครมัสยิดประวัติศาสตร์บาเครหัต
  • 2528 (1985) -  - แหล่งวิหารทางพุทธศาสนาพาฮาร์ปุระ
  • 2540 (1997) -  - ซันดาร์บัน

[แก้]ธงชาติของกัมพูชา กัมพูชา (2)

[แก้]Flag of the People's Republic of China จีน (41)

กำแพงเมืองจีน
พระราชวังโปตาลา
มหาวิหารเซนต์ปอล มาเก๊า

[แก้]ธงชาติของประเทศจอร์เจีย จอร์เจีย (3)

  • 2537 (1994) -  - Bagrati Cathedral in Kutaisi and Gelati Monastery
  • 2537 (1994) -  - Historical Monuments of of Mtskheta
  • 2539 (1996) -  - Upper Svaneti

[แก้]ธงชาติของอินเดีย อินเดีย (27)

ทัชมาฮัล
หุบเขาดอกไม้
Great Living Chola Temples

[แก้]ธงชาติของอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย (7)

พรัมบานัน

[แก้]ธงชาติของอิหร่าน อิหร่าน (12)

  • 2522 (1979) -  - Naghsh-i Jahan Square
  • 2522 (1979) -  - Tchogha Zanbil
  • 2522 (1979) -  - เปอร์เซโปลิส
  • 2546 (2003) -  - Takht-e Soleyman
  • 2547 (2004) -  - Bam and its Cultural Landscape
  • 2547 (2004) -  - Pasargadae
  • 2548 (2005) -  - Dome of Soltaniyeh
  • 2549 (2006) -  - Bisotun
  • 2551 (2008) -  - ป้อมวิหารอาร์เมเนีย
  • 2552 (2009) -  - Shushtar Historical Hydraulic System
  • 2553 (2010) -  - อนุสาวรีย์บรรจุพระศพ ชีค ซาฟี อัลดิน เมืองอาร์ดาบิล
  • 2553 (2010) -  - ตลาดประวัติศาสตร์ทาบรีซ

[แก้]ธงชาติของอิสราเอล อิสราเอล (7)

  • 2524 (1981) -  - Old City of Jerusalem and its Walls
  • 2544 (2001) -  - มาซาดา
  • 2544 (2001) -  - Old City of Acre
  • 2546 (2003) -  - นครสีขาวแห่งเทลอาวีฟ
  • 2548 (2005) -  - Biblical Tels - Megiddo, Hazor, Beer Sheba
  • 2548 (2005) -  - Incense Route - Cities in the Negev - Haluza, Mamshit, Avdat, Shivta
  • 2551 (2008) -  - สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บาฮาอิในเมืองไฮฟา และอาลิลีตะวันออก

[แก้]ธงชาติของญี่ปุ่น ญี่ปุ่น (16)

ปราสาทฮิเมจิ
ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ

[แก้]ธงชาติของคาซัคสถาน คาซัคสถาน (3)

  • 2546 (2003) -  - อนุสาวรีย์บรรจุศพของโฮยา อะเหม็ด ยาซาวี
  • 2547 (2004) -  - จิตรกรรมขูดหินภายในภูมิทัศน์ทางโบราณคดีแห่งทัมกาลีย์
  • 2551 (2008) -  - ซาร์ยาร์กา — ทุ่งกว้างและทะเลสาบทางตองเหนือของคาซัคสถาน

[แก้]ธงชาติของคิริบาส คิริบาส (1)

  • 2553 (2010) -  - พื้นที่อนุรักษ์หมู่เกาะฟินิกซ์

[แก้]ธงชาติของคีร์กีซสถาน คีร์กีซสถาน (1)

  • 2552 (2009) -  - Sulaiman-Too Sacred Mountain

[แก้]ธงชาติของลาว ลาว (2)

พระราชวังหลวงพระบาง

[แก้]ธงชาติของมาเลเซีย มาเลเซีย (3)

เมืองมะละกา

[แก้]Flag of the Marshall Islands หมู่เกาะมาร์แชลล์ (1)

  • 2553 (2010) -  - เกาะปะการังบิกินี่ สถานที่ทดลองนิวเคลียร์

[แก้]ธงชาติของมองโกเลีย มองโกเลีย (2)

[แก้]ธงชาติของเนปาล เนปาล (4)

[แก้]ธงชาติของนิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์ (3)

อุทยานแห่งชาติโทงการีโร
  • 2533 (1990) -  - เท วาฮีโปอูนามู - นิวซีแลนด์ตะวันตกเฉียงใต้
  • 2533 (1990) -  - อุทยานแห่งชาติตองการิโร
  • 2541 (1998) -  - หมู่เกาะกึ่งขั่วโลกใต้แห่งนิวซีแลนด์

[แก้]ธงชาติของเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือ (1)

[แก้]ธงชาติของปากีสถาน ปากีสถาน (6)

  • 2523 (1980) -  - กลุ่มซากโบราณคดีที่โมเอนโจดาโร
  • 2523 (1980) -  - ตักสิลา
  • 2523 (1980) -  - Buddhist Ruins at Takht-i-Bahi and Neighbouring City Remains at Sahr-i-Bahlol
  • 2524 (1981) -  - ป้อมและสวนชาลามาร์แห่งลาฮอร์
  • 2524 (1981) -  - กลุ่มอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์แห่งทัตตา
  • 2540 (1997) -  - ป้อมโรห์ตัส

[แก้]ธงชาติของปาปัวนิวกินี ปาปัวนิวกินี (1)

  • 2551 (2008) -  - Kuk Early Agricultural Site

[แก้]Flag of the Philippines ฟิลิปปินส์ (5)

นาขั้นบันได
  • 2536 (1993) -  - อุทยานปะการังทางทะเลทุบบาตาฮะ
  • 2536 (1993) -  - โบสถ์ยุคบารอคแห่งฟิลิปปินส์
  • 2538 (1995) -  - นาขั้นบันไดแห่งเทือกเขาฟิลิปปินส์
  • 2542 (1999) -  - นครประวัติศาสตร์วีกัน
  • 2542 (1999) -  - อุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินปวยร์โต-ปรินเซซา

[แก้]ธงชาติของรัสเซีย รัสเซีย (ส่วนที่อยู่ในเอเชีย) (8)

  • 2539 (1996) -  - กลุ่มภูเขาไฟคัมชัตคา (ขยายเพิ่มปี 2544)
  • 2539 (1996) -  - ทะเลสาบไบคาล
  • 2541 (1998) -  - Golden Mountains of Altai
  • 2544 (2001) -  - แนวเขาซีโคเต-อะลินตอนกลาง
  • 2546 (2003) -  - รุ่มน้ำอุฟส์นู (ร่วมกันมองโกเลีย)
  • 2547 (2004) -  - Natural System of Wrangel Island Reserve
  • 2542 (1999) -  - Western Caucasus (รวมอยู่ในทวีปยุโรปด้วย)
  • 2546 (2003) -  - Citadel, Ancient City and Fortress Buildings of Derbent, Dagestan (รวมอยู่ใทวีปยุโรปด้วย)

[แก้]Flag of the Solomon Islands หมู่เกาะโซโลมอน (1)

  • 2541 (1998) -  - เรนเนลล์ตะวันออก

[แก้]ธงชาติของเกาหลีใต้ เกาหลีใต้ (10)

[แก้]ธงชาติของศรีลังกา ศรีลังกา (8)

  • 2525 (1982) -  - นครประวัติศาสตร์โปลอนนารุวา
  • 2525 (1982) -  - นครประวัติศาสตร์สิคิริยา
  • 2525 (1982) -  - เมืองศักดิ์สิทธิ์อนุราธปุระ
  • 2531 (1988) -  - เมืองเก่าและป้อมแห่งเมืองโกลล์
  • 2531 (1988) -  - เมืองศักดิ์สิทธิ์คานดี
  • 2531 (1988) -  - พื้นที่ป่าสงวนสิงหราชา
  • 2534 (1991) -  - วัดทองแห่งดัมบุลลา
  • 2553 (2010) -  - ที่ราบสูงตอนกลางแห่งศรีลังกา

[แก้]ธงชาติของทาจิกิสถาน ทาจิกิสถาน (1)

  • 2553 (2010) -  - แหล่งโบราณคดีซาราสซึม

[แก้]ธงชาติของเติร์กเมนิสถาน เติร์กเมนิสถาน (3)

  • 2542 (1999) -  - อุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม "เมียร์ฟโบราณ"
  • 2548 (2005) -  - คูเนีย - อูร์เกนช์
  • 2550 (2007) -  - ป้อมปราการมาร์เทียนแห่งนีซา

[แก้]ธงชาติของไทย ไทย (5)

[แก้]ธงชาติของอุซเบกิสถาน อุซเบกิสถาน (4)

  • 2533 (1990) -  - อิตชานคาลาแห่งเมืองคีวา
  • 2536 (1993) -  - ศูนย์ประวัติศาสตร์บูคารา
  • 2543 (2000) -  - ศูนย์ประวัติศาสตร์ชาห์รีซับซ์
  • 2544 (2001) -  - ซามาร์คันด์

[แก้]ธงชาติของวานูอาตู วานูอาตู (1)

  • 2551 (2008) -  - Chief Roi Mata’s Domain

[แก้]ธงชาติของเวียดนาม เวียดนาม (6)




มรดกไทยที่ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกแล้ว

ธงชาติของไทย ไทย (5)





สาเหตุที่ประเทศไทยลาออกจากการเป็นภาคีสมาชิกมรดกโลก

เมื่อเวลาประมาณ 23.45 น. วันที่ 25 มิถุนายน นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก แถลงที่กรุงปารีส ว่า ไทยได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลกและกรรมการมรดกโลก หลังจากศูนย์มรดกโลกและยูเนสโกไม่ได้ฟังข้อทักท้วงของไทย ทั้งนี้ในร่างมติที่มีการเสนอให้มีการพิจารณา มีเรื่องการเลื่อนแผนบริหารจัดการของเขมรออกไป ซึ่งเป็นไปในแนวทางที่รัฐบาลต้องการ แต่ในร่างมติของยูเนสโกที่เสนอเข้ามา ยอมให้มีการเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการของเขมรออกไปจริง แต่มีข้อความและข้อกำหนดที่อาจทำให้ไทยเสียเปรียบ
   ทั้งนี้มีการเจรจาล็อบบี้กับสมาชิกมาตลอดตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน มีการหารือกันมาตลอด แต่ก็เห็นได้ชัดว่ายูเนสโกพยายามผลักดันแผนตัวเอง ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้คือ แผนบูรณะตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งในแผนที่ยูเนสโกเสนอได้ระบุเรื่องการเข้ามาในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในอธิปไตยของไทย อยู่นอกเหนือจากตัวปราสาทพระวิหาร ขณะเดียวกันพื้นที่รอบตัวปราสาทกัมพูชาก็ได้ยึดครองบางส่วน เป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อยุติชัดเจนว่าแนวเขตแดนอยู่ตรงไหน
   ก่อนหน้านี้ฝ่ายไทยยังได้นำโมเดลของทางทหารไปชี้แจง เพื่อให้เห็นสภาพที่เกิดขึ้นว่า ถ้าหากมีการขึ้นทะเบียนและรับรองแผนบริหารจัดการของกัมพูชาจะนำไปสู่ความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น
   นายสุวิทย์ยังย้ำว่า หากไทยลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลกแล้ว ผลใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกก็จะไม่มีผลผูกพันต่อประเทศไทย หมายความว่า ทางคณะกรรมการมรดกโลกจะให้กัมพูชาเข้าดำเนินกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการรุกล้ำเข้ามาในดินแดนของไทยไม่ได้เป็นอันขาด หากว่ามีการประกาศขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก และยอมรับแผนการจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของกัมพูชา บางส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในฝ่ายไทยนั้น ต้องมีการขออนุญาตรัฐบาลไทยก่อน จะกระทำการใดๆ ไม่ได้ เนื่องจากไทยไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการมรดกโลก และไม่มีผลผูกพันใดๆ
   นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า การตัดสินใจลาออกในครั้งนี้ ได้ไตร่ตรองและผ่านการศึกษาอย่างรอบคอบ รวมถึงได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับทราบการตัดสินใจและเห็นว่ารัฐบาลไทยไม่มีทางเลือกในการลาออกจากกรรมการมรดกโลกครั้งนี้ ซึ่งจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 27 มิถุนายนนี้